วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

ประกาศสงครามกำจัดยุงลาย

           นายวันชัย  ธงภักดิ์  รองปลัดเทศบาลตำบลโพตลาดแก้ว อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ร่วมจัดทำโครงการ ประกาศสงครามกำจัดยุงลาย โดยการออกตรวจแต่ละครัวเรือนว่ามีการจัดการกับลูกน้ำยุงลายอย่างไร
         การดำเนินการครั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อให้คำแนะนำ ให้ความรู้แก่ประชาชนภายในตำบล ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ คณะกรรมการชุมชน คณะกรรมการกลุ่มบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาเทศบาล สร้างความชื่นมื่นกันทั่วทุกคน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สู่สุคติ น๊ะเพื่อน

เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2556 ที่ผ่านมา ที่วัดหนองแฝกเลื่อน ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี มีพิธีฌาปณกิจศพนายชาติชาย  พงษ์สระพัง อดีตพัฒนากร หลักสูตร นปก. รุ่นที่ 16 ฝึกอบรมเขต 5 จังหวัดลำปาง
ในอดีตเมื่อปี พ.ศ. 2531 กรมการพัฒนาชุมชน เปิดสอบบรรจุข้าราชการตำแหน่ง เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน 1 สมัยนั้นเปิดรับ 150 คน โดยเปิดการฝึกอบรม 3 เขต เขต 1 สระบุรี เขต 6 พิษณุโลก ส่วนพวกเราไปอบรมที่เขต 5 จังหวัดลำปาง เมื่อผ่านการฝึกอบรมเสร็จ พวกเราก็พากันเดินทางมารายงานตัวตามที่กรมส่งตัวเพื่อไปบรรจุ เรา 3 คน ตื่นเต้นมาก เพราะได้รับคำสั่งให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี รวม 3 คน ก็คือนายมนัส  ดิษฐ์เจริญ ปัจจุบันมันยังเป็นพัฒนากร ปฏิบัติการอยู่ เพราะมันสอบ ซี 6 ได้ แต่เขาเรียกไม่ถึง ถึงจะจบปริญญาตรีมันก็ขึ้นชำนาญการยังไม่ได้ คนที่สองคือไอ้ชาติ หรือชาติชาย  พงษ์สระพัง คนที่ฌาปนกิจศพเมื่อวานนี้ ส่วนคนที่ 3 ผมเองสอบซี 6 ได้รุ่นเดียวกับไอ้มนัส นั่นแหล๊ะ บังเอิญ กาแม่น ได้บรรจุ ปัจจุบันก็โอนไปเป็นรองปลัดเทศบาล ครับ
       ครับเรามากันสามคน เงินเดือน พันเก้าร้อยห้าสิบบาท อยู่กันได้ครับ มึงมีกูยืม กูมีมึงยืม จะอยู่อย่างนี้มาโดยตลอด แต่ที่สำคัญอย่างหนึ่งจำไม่รู้ลืม ไอ้นัสจะใจร้อน พูดผิดหูหน่อยเดี๋ยวเป็นเรื่อง ยิ่งถ้าตอนเมาไอ้ห่านี่ต่อยเอาง่าย ๆ ไอ้ชาติ ได้ความหล่อ เดินสามคนแป๊บเดียวสาวเดินตามไอ้ชาติแล้ว มันสามารถบริหารจัดการความหล่อได้ มีครั้งหนึ่งสาวของมันมาหามันพร้อมกันวันเดียว คืนเดียวสามคน มันให้นอนห้องเดียวกับมันพร้อมกันทั้งสี่คนรวมกับมัน ต้องบอกว่าขั้นเทพ   ส่วนผมเองอาศัยพูดเก่งบรรยายกลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี แม่ยกเยอะ
          เวลา หน้าที่การงาน มันก็มาพลัดพราก ทำให้เราต้องห่างเหินกัน ไอ้นัสไปท่าวุ้ง ไอ้ชาติไปโคกเจริญ ส่วนผมเหนียวครับอยู่บ้านหมี่ที่เดิม วนไปเวียนมา ไอ้นัสไปเมือง ไอ้ชาติไปสระโบสถ์ ส่วนผมเหนียวอีกครับ อยู่บ้านหมี่ ครั้งสามทุกคนอยู่ที่เดิมหมด ยกเว้นผมครับไปโคกสำโรง เสียใจมากตัดพ้อต่อว่าจังหวัด หารู้ไม่ว่าการออกจากรังเป็นการหาประสบการณ์ โทรต่อว่าหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ โดนข้อหาหมั่นใส้ล่อซะ 4 ปีกว่า ถึงได้กลับบ้านหมี่
           ไอ้นัสได้เมียก่อน เพราะมันจีบสาวสาธารณสุข ไอ้บุ๋ม หรือแม่กิ๊พของนัส คนบางพราน สิงห์บุรี ส่วนผมแต่งเป็นคนที่สองครับ กับสาวงามบ้านหมี่ มาลัย ครูโรงเรียนเอกชน (โรงเรียนอยู่หลังอำเภอ) เดินเทียวหาทุกเช้าเย็น ไม่เสร็จให้มันรู้ไป ส่วนไอ้ชาติแต่งกับ อุดมลักษณ์ คนบ้านหมี่เหมือนกัน ทำงานไปรษณีย์เอกชน ครบครับ แต่งเสร็จชาวบ้านงง เป็นไก่ตาแตก พัฒนากรขี้เมา ใครบ้าเอามันทำผัวว๊ะ
          ผลผลิตของการแต่งงานไอ้นัสได้ลูกสาวชื่อ น้องกิ๊พ ไอ้ชาติ ได้ลูกสาว ชื่อน้องพลิว ส่วนผมคนเดียวที่ได้ลูกชาย ชื่อน้องไอซ์ ต่อมาไอ้นัสมันคนเบื่อที่จะมีเมียมั้งมันก็เลยให้เมียมันอยู่ท่าวุ้ง แต่มันมาเช่าบ้านอยู่บ้านหมี่ ส่วนไอ้ชาติเหมือนกันมันเบื่อทั้งเมีย ทั้งงาน เรื่องงานครั้งสุดท้ายเป็นพัฒนากรอยู่สระโบสถ์ ขี้เกียจทำงานก็เลยมาอยู่บ้าน พร้อมกับทิ้งเมียให้นอนกอดลูกอยู่บ้านหมี่ ส่วนมันไปอยู่บ้านแม่ที่โคกตูม จะมีก็แต่ผมนี่แหล๊ะไปใหนไม่ได้ เพราะมาจากชัยภูมิกลับไม่ได้พ่อแม่ตายหมด ส่วนพ่อตา แม่ยายก็ตายหมด ไม่รู้จะเอาเมียไปคืนใคร จนต้องฝืนทนอยู่ครบรอบ ยี่สิบสองปี ปีนี้ (ปี 56) คิดเอาเองว่าผมแต่งปีใหน ที่สำคัญเมียมันขึ้นป้ายว่า "รวมกันเราอยู่ ทิ้งกูมึงตาย" เดินผ่านป้ายทีไรขนลุก
             ไอ้นัส มันยังเมาเหล้า ไป ๆ มา หาสู่ กับผม ถึงมันจะทำความรำคาญบ้าง ถือว่ากรรมเก่า (ลืมบอกไปว่าผมเลิกเหล้ามา สิบกว่าปีแล้ว) เพราะสมัยกินเหล้าอยู่นั้นก็ไปรบกวนพี่พัฒนากรอย่างไอ้นัสนี่แหล๊ะ ส่วนไอ้ชาติเราก็ไม่ได้ติดต่อกันประมาณ 2 ปีกว่าเห็นจะได้
               จนวันที่ 8 กรกฏาคม 2556 ไอ้อุดมลักษณ์ เมียไอ้ชาติโทรมาบอกว่า พี่วันชัย พี่ชาติตายแล้ว รดน้ำศพวันนี้ สี่โมงเย็น ผมชาวาบไปทั้งตัวเลย รีบโทรบอกไอ้นัส ไอ้นัสก็กุลีกูจอโทรบอกเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เป็นพัฒนากร ที่สนิทสนมกับคุณชาติชาย รวมถึงผู้บังคับบัญชาตั้งแต่สมัยเป็นพัฒนากร มันทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ รวมถึงเรามีเพื่อนพัฒนากรคนหนึ่งรุ่น 16 ลำปางเหมือนกัน เขาโอนไปเป็นปลัดเทศบาลเมืองบ้านหมี่ ชื่อไอ้ก้าน  หรือท่านปลัดก้าน ทิพวรรณ ของคนอื่น ก็ตกลงแบ่งงานกันทันที ปลัดก้านบอกเรามีเวลาน้อยเพื่อนว่าไงว่าตามกันเอาเลยพร้อมสำหรับเพื่อน
               ไอ้นัสฝ่ายติดต่อประสานงาน เพราะมันเป็นพัฒนากรมืออาชีพ ส่วนผมฝ่ายพิธีการจัดหาพิธีกร จัดหาทำประวัติ เขียนเรียบเรียงประวัติ เมียไอ้ชาติฝ่ายจเรทั่วไป ที่ลืมไม่ได้ประธานในพิธีฌาปณกิจศพต้องเป็นท่านอาจารย์จรัญ  ฟูเต็มวงศ์ พัฒนาการจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นอาจารย์สอนพัฒนากรของผมมาเท่านั้น งานนี้ผู้ทำหน้าที่ประสานต้องไอ้นัสเท่านั้น
                ตอนเช้าไอ้นัส โทรมาด้วยความยินแต่เข้าแจ้งว่าท่านอาจารย์จรัญ ฟูเต็มวงศ์ รับปากแล้วว่ายินดีไปเป็นประธานให้ได้ พวกเราดีใจมาก
                11  กรกฏาคม 2556 ณ วัดหนองแฝกเลื่อม 16.00 น. พิธีการเริ่มคนขึ้นทอดผ้ารวม 18 คนผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้นสมเกียรติกับเป็นอดีตข้าราชการ กรมการพัฒนาชุมชน เงินช่วยเหลือจาก ฌาปณกิจหม่บ้าน ตำบล อำเภอ มอบให้ (ต้องยกความรอบคอบให้น้าเยาว์ เห็นไอ้ชาติไม่ค่อยสบายจับเข้ากองทุนฌาปณกิจหมด) ได้เงินเรือนแสนเอาหล๊ะ แม่เก็บไว้กินตอนแก่พวกเราทุกคนบอก
                 อาจารย์จรัญ  ฟูเต็มวงศ์ พัฒนาการจังหวัดลพบุรี ผู้เป็นประธานในพิธีประชุมเพลิง เสียงพิธีกรในงานประกาศ อาจารย์เดินขึ้นมาตรงหน้าแม่กอง แม่ของไอ้ชาติ มองหน้าผม ผมมองนัยตาท่านแดงกล่ำยังไงไม่รู้  ท่านขึ้นไปเป็นประธานเสร็จท่านค่อย ๆ เดิน มองมายังผม ไอ้นัส และไอ้ก้าน ท่านมายืนตรงที่ลูกหลานเจ้าภาพแจกของที่ระลึกงานศพ ในตาแดงกล่ำ (ผมสังเกตุเอง) พร้อมเอ่ยว่า "อย่างนี้ซิ เพื่อนแท้ไม่ทิ้งกัน ไอ้พวกพัฒนากร รุ่นเนี๊ยะ"
                ควัญสีดำพวยพุ่งออกจากปล่องเมรุ ผม ไอ้นัส ไอ้ก้าน เงยหน้ามอง ยกมือบ๊าย บาย พวกเรามองหน้ากัน พูดออกมาพร้อมกันว่า  "สู่สุคติ น๊ะเพื่อน"

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556

สลัดทุกข์ เพิ่มสุข

             กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลเขาพระงาม นำโดยหัวหน้าวันชัย  ธงภักดิ์ หลังจากกรำงานอย่างหนักตลอด ปีงบประมาณ 2555 หรือปีงูใหญ่ที่ผ่านมา ก็พากันสลัดคอมพิวเตอร์ เอกสาร งานสำคัญทิ้งให้หมด เก็บสัมภาระใส่รถตู้ มุ่งหน้าสู่เขาค้อ เพชรบูรณ์ เพราะเป็นถิ่นเก่าของหัวหน้า เพื่อมาสูดกลิ่นไอของเมฆหมอกและไอหนาว สุดท้ายพวกเราก็พากันแวะชม Route 12 เพื่อนำบรรยากาศดี ๆ มาฝาก ก่อนที่จะกลับมาก้มหน้า ก้มตา ทำงานต่อ (ไม่เอา เราจะพูดถึงเรื่องงาน เราจะพูดถึงเฉพาะเรื่องสนุกเท่านั้น)
          มนต์เสน่ห์แห่งถนนสาย 12 ด้วยกลิ่นอายเข้มข้นของโลกตะวันตก ที่ถูกยกมาไว้ที่เขาค้อ เป็นบรรยากาศที่เข้ากันได้อย่างกลมกลืนระหว่างสิ่งก่อสร้างที่ถูกรังสรรค์ ขึ้น กับทิวทัศน์ตามธรรมชาติทิวเขาเบื้องหลัง จนหลายต่อหลายคนหมายตาไว้เป็นจุดแวะที่ต้องมาเก็บภาพเป็นที่ระลึกอีกแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาแหล่งแวะพักริมทาง ยามต้องการเพิ่มพลังจากการเดินทางยาวนานบนเส้นทาง      Route 12 ภายในร้าน ก็ประดับประดาไปด้วยสิ่งสะสมที่เข้ากับบรรยากาศร้านได้เป็นอย่างดี อย่างกับเดินหลงเข้าไปในร้านคาวบอย ในเท็กซัส ป้ายทะเบียนรถน่ารักๆ โลโก้สินค้าเก่าๆ แม้กระทั่งพัดลมโบราณเล็กๆ ล้วนทำให้สามารถเคลิ้มไปกับบรรยากาศรอบข้างรูท 12 เป็นจุดศูนย์รวมร้านค้าหลากหลายรูปแบบ มีร้านอาหารและเครื่องดื่ม มีร้านไอศครีม ร้านขายของที่ระลึก รวมไปถึงร้านตัวแทนขายสินค้าจาก รีสอร์ทดังหลายแห่งบนเขาค้อ หลังร้านวางมุมสบายๆ ไว้สำหรับจิบกาแฟ หรือช็อคโกแลตเย็น ซักแก้ว บราวนี่ นุ่มๆ ซักชิ้น ชมวิว ชิลๆ กับกาแฟกรุ่นๆ บนโต๊ะ กับทิวทัศน์กว้างไกลสุดสายตา ที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้า ทิวทัศน์หลังร้าน Route 12 เป็นภาพทิวเขาที่แสนกว้างไกล สามารถมองไกลไปถึงภูหินร่องกล้า บริเวณติดต่อกับเขาค้อ โดยด้านหน้า เป็นทิวสนเล็กๆ ที่กำลังเติบโต กับแปลงดอกไม้นานาชนิด สวยงาม ซึ่งจะช่วยทำให้การแวะพักเติมแรงในปั๊มกาแฟแห่งนี้ดูผ่อนคลายได้สุดๆสำหรับกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนค้างแรมเพื่อรับกลิ่นไอตะวันตกของที่นี่ ก็สามารถพักได้ในรถบ้าน ซึ่งทางร้านรูท 12 มีไว้บริการหลายหลัง หรือจองพักผ่อนที่โซนกางเต็นท์ ซึ่งมักมีก๊วนนักเดินทางมาใช้เวลาเฮฮาปาร์ตี้กันที่นี่เป็นประจำ

ที่ตั้ง : Route 12 ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ห่างจากแยกแคมป์สนไปทางพิษณุโลกประมาณ 3 กม. ห่างจากภูแก้วรีสอร์ทประมาณ 1.5 กม.